ควรลุ้นกับหุ้นใดก่อนรู้ผลเลือกตั้ง

หุ้นเด่นวันนี้

เนื่องจากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจต่างจากทุกๆครั้ง ที่ผลออกมาได้หลายทางและยังไม่มีทางใดที่ชัดเจนที่สุดก่อนหน้านี้ นักลงทุนส่วนใหญ่จะชะลอการลงทุน  นักลงทุนต่างประเทศมองเป็นลบและขายหุ้นลดความเสี่ยงออกมาก่อนหน้านี้แล้ว   ทิศทางตลาดช่วงสัปดาห์สุดท้าย จะผันผวนมากขึ้นในช่วง 2-3วันสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค.

ในวันจันทร์ 25 มีนาคม 2019  นักลงทุนน่าจะรู้ผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตแล้ว และอาจประเมินกันได้ว่าแต่ละพรรคการเมืองจะมี สส.รวมทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อจำนวนเท่าใด  และอาจมีไปถึงการรวมเสียงของพรรคที่จะมีกาจัดตั้งรัฐบาล แต่ครั้งนี้ อาจมีความแตกต่าง ตรงที่ว่า กว่าจะตั้งรัฐบาลได้อาจต้องทราบชื่อนายกฯก่อน เมื่อถึงเวลานั้นจึงจะทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลประกอบด้วยพรรคการเมืองใดบ้างและจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อย  ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นว่าจะขึ้นหรือลง

หุ้นที่เราแนะนำในสัปดาห์นี้ เราเลือกจาก 3 เงื่อนไข

1.เป็นหุ้นที่มีความปลอดภัย (ธุรกิจดี กำไรดี)

2.หุ้นที่มีโอกาสบวกหากทิศทางการเมืองออกมาดี

3.หากการเมืองพลิกเป็นลบ หุ้นตัวนั้นราคาน่าปรับตัวลงไปมาก (เพราะมีปัจจัยบวกของตัวเอง)

GULF: (ซื้อ, เป้าเชิงกลยุทธ์ 96 บาท) คิดการณ์ใหญ่

  • เราชอบกลยุทธ์การลงทุนของ GULF ใน 1-2 ปี ทั้งในธุรกิจพลังงานและโครงการสาธรญูปโภคจากภาครัฐ
  • เชื่อว่า GULF ไม่ใช่แค่หุ้นโรงไฟฟ้าแต่กำลังกลายเป็นหุ้นที่ทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ของไทย ด้วยการที่มีกระแสเงินสดล้นเหลือทำให้มีความพร้อมที่จะเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ที่เป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของไทย อาธิ โครงการท่าเรือ และเข้าประมูลธุรกิจ LNG และ IPP รอบใหม่ เป็นต้น
  • คาด 2019 กำไรปี 4 พันลบ. จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าประเภท SPP ขนาด 500MWCOD เมื่อปี 2018 เข้ามาเต็มปีในปี 2019

BCH (ซื้อ, เป้าหมายเชิงกลยุทธฺ 17.50 บาท) กำไรโตโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงพยาบาล

  • KTBST คาดกำไรปีนี้จะเติบโต 23%yoyสูงสุดในกลุ่มโรงพยาบาลจากการฟื้นตัวของรายได้ประกันสังคมและเงินสด
  • Key catalyst มาจาก 1)การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนไข้ประกันสังคมเพราะการเปลี่ยนโรงพยาบาลการุญเวชรัตนาธิเบศร์เป็นเกษมราษฏรัตนาธิเบศร์ 2) คาด WMC ทำกไรเติบปีเป็นปีแรกคาด 1Q19 กำไรจะโดดเด่น yoy 1Q18 มีฐานกำไรต่ำจากผลขาดทุนของ WMC
  • ราคาหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ได้สะท้อนข่าวมาตรการควบคุมราคายาไปแล้ว ราคาหุ้นปัจจุบันไม่แพง เทรดกัน PE ปีนี้ 30เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐาน 21.40 บาท (อิง DCF@WACC 7%)

BJC (ซื้อ, เป้าเชิงกลยุทธ์ 52.50 บาท) ปีนี้กำไรโตจากทั้งสาขาใหม่และ Margin ดีขึ้น

  • ราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมายัง Underperform ตลาด แต่ได้ปรับตัวดีขึ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจาก ผลประกอบการ 4Q18 ดีมากกว่าคาด และเราคาดว่าปี 2019 จะเป็นปีที่ดีต่อเนื่องหลังจากภาคการบริโภคจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังจากการเลือกตั้ง
  • ปัจจุบันเทรด PE ปีนี้ 27x ต่ำกว่า34 เท่าของค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ถือว่าไม่แพง
  • คาดกำไรปีนี้จะโต +8%yoy อยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท จากโดยคาดว่า SSSG ของ BIGC จะเติบโตที่ 3% และการขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง คือ ไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย จำนวน 7 สาขา ตลาดต่างประเทศซึ่งจะจับตลาด CLMV ที่มีการเติบโตสูงคือ กัมพูชา 1 สาขา และขยาย มินิ บิ๊กซี 200 สาขา รวมถึงมีการเปิด BIGC Food Place 1 แห่ง

 

The post ควรลุ้นกับหุ้นใดก่อนรู้ผลเลือกตั้ง appeared first on Thunhoon.

Please follow and like us:
Show Buttons
Hide Buttons